แทงไฮโลออนไลน์ เส้นทางสู่รอบรองชนะเลิศ : ความล้มเหลวและเกิดใหม่ของโมนาโก

แทงไฮโลออนไลน์

ยอดทีมจากฝรั่งเศสกลับมาเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการยืนอยู่ในรอบนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีเลยทีเดียว

แทงไฮโลออนไลน์ ความฝันจบลงแล้ว พวกเขาต้องตื่นมาพบความจริง เมื่อปอร์โต้เอาชนะโมนาโกได้ 3-0 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2004

“ผมผิดหวังกับพวกนักเตะมาก” ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ “พวกเขาทำได้ดีมากมานานตลอดฤดูกาล”

มันคือฤดูกาลที่ยาวนานมาก สำหรับสโมสรซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจต้องเล่นในดิวิชันสองของฝรั่งเศส หลังจากที่มีหนี้ซึ่งถูกประเมินโดยยูฟ่าราว 53 – 87 ล้านยูโร ซึ่งส่งผลให้พวกเขาถูกขับออกจากลีกเอิงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2003

Patrice Evra Didier Deschamps Monaco Porto 26052004

โมนาโกจ่ายเงินหนักเพื่อรั้งนักเตะอย่าง ฟาเบียง บาร์กเตซ และเธียร์รี อองรี เอาไว้ และทุ่มหนักกว่าเดิมเมื่อรั้งนักเตะอย่าง คริสเตียน ปานุชชี, โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์, วลาดิเมียร์ ยูโกวิช และมาร์โก ซิโมเน แล้วพวกเขาก็ถึงเวลาต้องชดใช้มัน

หลังจาก 4 สัปดาห์ที่ยุ่งเหยิง โมนาโกก็ได้รับการบรรเทาโทษ พวกเขาได้เล่นในลีกเอิงต่อไปผ่านการอุทธรณ์หลังได้ผู้ลงทุนรายใหม่ กำราบเรอัล มาดริด ได้อย่างสวยหรู และเกือบจะคว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จ เมื่อเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ

“มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ เพราะนี่คือทีมคนหนุ่ม” เดส์ชองส์กล่าวหลังจากทีมของเขาเขี่ยเชลซีตกรอบรองชนะเลิศ

ปาทริซ เอฟรา, ลูโดวิช ชูลี, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และเจอโรม โรเต็ง กลายเป็นที่หมายปองของหลายทีมทั่วยุโรป เช่นเดียวกับเดส์ชองส์ ซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามาเป็นโค้ช โมนาโกดูเหมือนจะเป็นทีมที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

Christian Vieri 11012006

ทว่าตลอดเวลาอีก 7 ปี ต่อมา โมนาโกหล่นจากอันดับ 3 มาอยู่อันดับ 10 และอันดับที่ 12 จนกระทั่งตกชั้นเมื่อปี 2011 คราวนี้ความล้มเหลวในสนามทำให้พวกเขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจ

เดส์ชองส์และสตาร์ของเขาทั้งหมดย้ายทีมออกไป และมีบรรดานักเตะชื่อดังย้ายเข้ามา รวมถึง เฟรดดี้ อาดู, คริสเตียน วิเอรี และมามาดู ดิยาร์รา ทว่ากลับได้ผลตอบแทนกลับมาเพียงเล็กน้อย รวมถึงการเปลี่ยนโค้ชถึง 8 รายใน 7 ปี ช่วงครึ่งทางของฤดูกาลแรกของพวกเขาในลีกเอิง พวกเขาทำผลงานได้อย่างย่ำแย่จนจมอยู่ท้ายตารางดิวิชันสอง

จากนั้น ดิมิทรี ไรโบลอฟเลฟก็เข้ามาลงทุนกับสโมสร พร้อมเป้าหมายที่จะพาทีมกลับมาให้ได้ เคลาดิโอ รานิเอรี ถูกดึงตัวเข้ามาคุมทัพ และมีการวางแผนงานที่จะซื้อนักเตะด้วยราคาสมเหตุสมผล รวมถึงมีการปั้นดาวรุ่งเพื่ออนาคต

El Príncipe Alberto y el presidente de Mónaco, Dmitriy Rybolovlev.

โมนาโกกลับมาพร้อมการลงทุนที่จริงจังหลังจากเลื่อนชั้นได้สำเร็จ เงินกว่า 150 ล้านยูโร ถูกนำไปจ่ายเป็นค่าตัวนักเตะอย่าง ฮาเมส โรดริเกวซ, ราดาเมล ฟัลเกา, เจา มูตินโญ และเจฟฟรีย์ กอนด็อกเบีย

อย่างไรก็ดี การที่พวกเขาต้องเสียนักเตะอย่าง กอนด็อกเบีย, ฮาเมส โรดริเกวซ และอองโธนี มาร์กซิยาล ทำให้โมนาโกต้องหาหนทางใหม่ ซึ่งพวกเขาเลือกจะใช้นักเตะเยาวชนซึ่งได้รับการเฟ้นหามาจากทั่วประเทศ

Radamel Falcao Monaco Dortmund Champions League 18042017

หนึ่งในนั้นคือ คีเลียน เอ็มบัปเป้ กองหน้าเนื้อหอมในเวลานี้ ซึ่งเป็นดาวซัลโวสูงสุดของโมนาโกใน UCL ซึ่งได้ร่วมงานกับนักเตะอย่าง แบร์นาโด้ ซิลวา, ฟาบินโญ, เบนจามิน เมนดี้ รวมถึงโธมัส เลมาร์

นอกจากนี้ โมนาโกยังค้นพบผู้ที่จะมากุมบังเหียนอีกด้วย เลโอนาร์โด ยาร์ดิม “เขาเป็นโค้ชที่ฉลาดมาก และอ่านเกมได้ดี” ฟัลเกากล่าวทาง Uefa.com.“เขาเป็นนักเตะที่ดีที่เข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร”

Kylian Mbappe Leonardo Jardim Monaco

ยาร์ดิมเปลี่ยนโมนาโกให้กลายเป็นทีมที่ดุดันและเล่นเกมรุกแบบทะลุทะลวง ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในบรรดา 5 ลีกใหญ่ยุโรป เมื่อยิงได้ถึง 145 ประตู จาก 55 นัด

ประตูที่พวกเขายิงได้นั้นมาจากทุกทิศทาง คู่หูแดนหน้าเอ็มบัปเป้และฟัลเกายิงรวมกันไปทั้งสิ้น 51 ประตู และมีนักเตะถึงอย่างน้อย 6 ราย ที่ยิงได้ตั้งแต่ 7-12 ประตูตลอดทั้งฤดูกาล

นี่ถือเป็นเส้นทางการกลับมาที่ยาวนานของโมนาโก เกือบ 13 ปีหลังจากที่พวกเขาเข้ามาถึงรอบนี้เป็นครั้งสุดท้าย โมนาโกกำลังมีฝันใหม่และอนาคตของพวกเขาก็กำลังสดใส

และพวกเขาก็มีประสบการณ์มากพอจะหลีกเลี่ยงหายนะเหมือนเมื่อครั้งก่อน ไม่ว่าพวกเขาจะตื่นขึ้นมาพบความจริงแบบไหนในเวลานี้